ระบบกล้องวงจรปิดแบบ IP Network Camera

ระบบกล้องวงจรปิดแบบ IP Network Camera ด้วยการเดินสายสัญญาณใยแก้วนำแสง (Fiber Optic) ชนิด Single Mode แบบที่ 1
     
แผนภาพ Diagram การเดินสายแบบใช้อุปกรณ์แปลงสัญญาณ 2 Core สวัสดีครับสำหรับผู้ที่วนใจอ่านทุกท่านครับ  วันนี้ทางเรา ATOM Tech จะมาเสนอความคิดการออกแบบกล้องวงจรปิดชนิด IP Network Camera โดยใช้สายสัญญาณชนิดใยแก้วนำแสง (Fiber Optic) และส่วนมากงานประเภทนี้จะนิยมใช้ในส่วนงานภาครัฐมากกว่า  เนื่องจากจะต้องมีการขออนุญาติการพาดสายที่เป็นของหน่วยงานการไฟฟ้า  ซึ่งหากเป็นเอกชนคงจะดูยากในการขออนุญาติได้ครับ  หรือเอกชนจะใช้ในเขตของตัวเองที่มีเนื้อที่หลายไร่ หรือคอนโดสูงๆ ห้างสรรพสินค้าก็สามารถเดินระบบนี้ได้เช่นกัน ดังนั้นทางเราจึงขอแนะนำข้อความและ Diagram ง่าย ๆ การเขียนการอ่านเข้าใจง่าย ๆ โดยเน้นให้ User ได้เข้าใจระบบว่ามันคืออะไร ทำไมต้องใช้แบบนี้ และทำไมมันถึงแพง  โดยก่อนการติดดั้งเราจะต้องคิดอย่างไรก่อนเสมอดังนี้

1.ความจำเป็นในการใช้ เนื่องจากจะใช้ต้นทุนที่สูงแล้วความคุ้มค่าย่อมตามมาถึงเรื่องดีๆแน่นอน หากเราใช้ระบบนี้แล้วสามารถส่งสัญญาณภาพได้ตั้งแต่ 10 เมตร จนถึงระยะ 100 กิโลเมตร ก็ยังสามรถทำได้เช่นกัน แต่อย่างว่าต้นทุนจะสูงมากดังนั้นความจำเป็นแรกที่คิดคือ เราจะเลือกเดินสายสัญญาณประเภทไหนเช่น LAN UTP หรือพูดง่ายๆ คือสายแลนน์ แต่ข้อจำกัดมีเยอะ (ไว้คราวหน้าจะอธิบายในหัวข้อนี้ให้ฟังครับ) ส่วนไฟเบอร์ออฟติก ก็อาจจะมีราคาแพงมากขึ้น 

2.งบประมาณ  ถือเป็นเรื่องจำเป็น เพราะการออกแบบ แล้วลงมือทำนั้นจะถูกจำกัดด้วยงบประมาณทั้งสิ้น โดยถ้าเป็นสเปคของกล้องวงจรปิดชนิด IP Network Camera ของกระทรวง ICT พร้อมอุปกรณ์นั้นพร้อมเดินสายประมาณ 2000-2500 เมตร จะเฉลี่ยตกตัวละ 1 แสนกว่าบาท ทั้งนี้ทั้งนั้นจะขึ้นอยู่กับการออกแบบกล้องวงจรปิด แบบชนิด IP Network Camera พร้อมสายไฟเบอร์ออฟติกระยะประมาณ 2000-2500 เมตร เท่ากับว่าเรามีงบอยู่ 1 ล้านบาท จะได้กล้องวงจรปิดชนิด Ip Network Camera ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ได้ประมาณ 8-9 ตัว พร้อมอุปกรณ์ ครับ

3.การบริการและการเลือกอุปกรณ์   การบริการหลังการขายนั้นทุกท่านจะต้องถามกันแทบทุกท่าน  ดังนั้นการรับประกันนั้นตัวสินค้าเค้าจะรับประกันอยู่แล้วตามเงื่อนไขประกันแต่ละอุปกรณ์จะไม่เหมือนกัน ดังนั้นการรับประกันต้องถามคนออกแบบและเลือกสินค้าให้กับเราเนื่องจากอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็นกล้องวงจรปิด CCTV และอุปกรณ์อื่นจะแตกต่างกันทั้งราคาและคุณภาพปีรับประกันก็แตกต่างกัน  และอีกการรับประกันก็คือ การรับประกันในการดูและระบบกล้องวงจรปิด เป็นระยะเวลาเท่าไหร่ต้องมีสัญญากัน เนื่องจากเป็นงบประมาณที่ใหญ่ครับ 

 จากภาพ Diagram เป็นการออกแบบคร่าว ๆ ให้เข้าใจง่าย ๆ เพื่อให้ USER ได้เข้าใจเบื้องต้นว่าเราจะต้องใช้ อุปกรณ์อะไรบ้าง ดังนี้

1.กล้องวงจรปิดชนิด IP Network Camera อ้างอิงจากสเปคกล้องวงจรปิดของกระทรวง ICT 

2.MC ย่อมาจาก Media Converter หรือเรียกว่าอุปกรณ์แปลงสัญญาณจากไฟเบอร์ออฟติกเป็นสายสัญญาณ Lan UTP หรือเรียกง่าย ๆ ตัวแปลงสัญญาณจากสายใยแก้วนำแสงเป็นสายแลนน์ หรือง่าย ๆ อีก จากใยแก้วนำแสงเป็นทองแดง เพราะสายแลนน์ข้างในเป็นทองแดง ส่วนไฟเบอร์ออฟติกข้างในสายทำด้วยแก้วที่มีความบริสุทธิ์สูงมาก  นะครับเป็นไงบ้างครับเอาแบบเข้าใจง่าย ๆ เพราะฉะนั้นกล้องวงจรปิดจะเดินสายไฟเบอร์ออฟติกหากมีระยะเกิน 100-150 เมตรครับเนื่องจากสายแลนน์มีข้อจำกัดส่งสัญญาณภาพได้ระยะแค่นี้แต่สายไฟเบอร์ออพติก สามารถส่งสัญญาณได้ระยะไกล (กล่าวไว้เบื้องต้นแล้ว) 

3.Switch คืออุปกรณ์กระจายสัญญาณหากจุดไหนมีกล้อง 2 ตัว จะใช้หรือไม่ใช้นั้นขึ้นอยู่กับผู้ออกแบบ บางคนจะไม่ใช้ Media Converter เลยแต่จะใช้ Switch ที่มีช่องเสียบไฟเบอร์ออฟติกก็สามารถใช้ได้เลย โดยไม่ต้องใช้ Media Converter ขึ้นอยู่กับผู้ออกแบบเลยครับ  ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้ออกแบบต้องเข้าใจ Product ที่หลากหลายยี่ห้อทุกตัว  ก่อนจะนำมาเลือกใช้ให้ลูกค้า ด้วยครับ

3.ตู้ Outdoor หรือ ตู้ CCTV Cabinet outdoor เป็นตู้สำหรับใส่อุปกรณ์ทั้งหมดที่จะส่งสัญญาณรับ-ส่งภาพจากกล้องวงจรปิด ไปยังศูนย์ควบคุม โดยส่วนมากจะเห็นกันตามเสาไฟฟ้า ซึ่งมีหลากหลายแบรนด์ หลากหลายยี่ห้อ ขึ้นอยู่กับราคาและคุณภาพบางยี่ห้อรับประกันสนิดกัน 10 จนถึง 30 ปี  ส่วนมากตู้ CCTV Outdoor จำเป็นต้องมีไฟเลี้ยงซึ่งส่วนมากจะมีมิเตอร์ของการไฟฟ้ามาลงให้ โดยเจ้าของต้องไปจ่ายค่าไฟฟ้าเอง ที่เคยคิดกันมาจะตกตู้ 30-80 บาท ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ 

4.UPS หรือเครื่องสำรองไฟ ส่วนมากจะใช้ในตู้เพื่อสำรองไฟอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อให้กล้องวงจรปิด  โดยส่วนมากคนออกแบบจะต้องคำนึงถึงความสำคัญมันด้วยเนื่องจากทางเราเคยเห็นที่อื่น หรือการเข้าไปซ่อมปรับปรุงจะเกิดเหตุการระเบิดเยอะมาก  เนื่องจาก UPS ท้องตลาดราคาถูก ๆ ทั่วไปจะไม่ดีไซน์มาเพื่ออยู่ภายนอกอาคาร (ตู้ CCTV Outdoor) แบตเตอรี่ไม่ทนต่อสภาพอากาศที่สูง  หากผู้ออกแบบเลือกผลิตภัณฑ์หรือไม่เข้าใจผลิตภัณฑ์ประเภทนี้  รับรองได้เลยว่าสักวันท่านจะต้องไปเปลี่ยนอุปกรณ์ทั้งหมดในตู้แน่นอน 

5.Fiber Optic หรือสายใยแก้วนำแสง ตามรูปภาพแล้วจะใช้สาย 12 Core เดินออกจากศุนย์ควบคุมไปซ้าย 1 เส้นและมี Media Converter 3 ตัว ทางขวามือ อีก 1 เส้นและมี Media Converter 5 ตัว อธิบายง่าย ๆ เหตุใดถึงใช้ สาย 12 Core ทางเราดีไซน์โดยใช้ Media Converter 2 Core เมื่อ Media Converter กินสัญญาณไป 2 Core ฝั่งซ้ายใช้ไป 6 Core หรือใช้อีก 6 Core ฝั่งขวามี Media Converter 5 ตัว กินไปตัวละ 2 Core รวมกันเป็น 10 Core เหลือใช้ 2 Core ทางเราจะไม่อธิบายลงลึกนะครับเพราะเราต้องการให้ USER เข้าใจจริง ๆ หรือเพื่อนช่างคนไหนสนใจลึกกว่านี้ติดต่อเข้ามาหลายช่องทางได้เลยครับ ยินดีครับ 

Powered by MakeWebEasy.com